“เขาค้อ” ทริปนี้ไม่มีเหงา เพราะเราไปเที่ยวกันแบบยกแก๊งค์

โดยปกติแล้วเราจะเดินทางท่องเที่ยวคนเดียว ด้วยเหตุผลที่ว่า ชวนเพื่อนแล้วไม่มีใครว่าง หรือบางทีก็ไม่มีใครอยากไปที่ๆ เราอยากไป นำมาสู่การเกิดภาวะถกเถียงกันขึ้นมา ที่สุดกลายเป็นทริปล่ม แต่ทริปนี้แปลกมากเจ้าค่ะ  พอเอ่ยปากบอกชาวแก๊งค์ว่าจะไปเขาค้อ เพียงเท่านั้นก็มีคนร้องตามอยากร่วมทริปด้วยซะงั้น

สรุปเลยว่า ทริปเขาค้อของเราจะไม่เหงาแล้ว เพราะมีเพื่อนร่วมแก๊งค์ อีก 2 คน (คุยซะเยอะ อันนี้ไปเยอะสุดแล้ว ฮ่าๆๆ) และเพื่อไม่ให้ทริปนี้เป็นหมันเราเลยจองที่พักเขาค้อล่วงหน้า จากการสำรวจและเปรียบเทียบเส่ียดิบดี  ตัดสินใจด้วยสติสัมปชัญญา ที่สุดจองที่พักเขาค้อกับ Traveloka  ที่นี่   ซึ่งมีที่พักให้เลือกเยอะมากค่ะ  ตั้งแต่ราคาถูกไปถึงราคาแพงมาก แล้วแต่ความสะดวกของแต่ละคน ดูงบเงินในกระเป๋าแล้วจองที่พักกันได้เลย

บลูสกาย รีสอร์ท เขาค้อ” (The Blue sky resort @ Khao Kho)

เราเลือกพักที่ “บลูสกาย รีสอร์ท เขาค้อ” (The Blue sky resort @ Khao Kho) ซึ่งตั้งใจไว้ตั้งแต่แรกแล้วถ้ามาเที่ยวเขาค้อต้องมาพักที่นี่ให้ได้ ปกติไม่เน้นที่พักเท่าไรขอราคาถูกไว้ก่อนเอาแค่นอนหลับได้ก็พอ แต่ด้วยความที่ทริปนี้เน้นการพักผ่อนไม่ได้โลดโผนมาก เลยอยากพักในที่ๆ สวยๆ ตกแต่งดีอยู่แล้วให้ความสุนทรีย์แก่หัวใจ และการตกแต่งของที่นี่ก็ตอบโจทย์ ห้องพักสวยน่ารักดีต่อใจ บรรยากาศรอบๆ ก็ชิลล้อมไปด้วยภูเขา ต้นไม้ และมีสวนดอกไม้เมืองหนาวเพียบเลย แถมยังมีคาเฟ่ท่ามกลางดอกไม้ลาเวนเดอร์ แอบมโนว่า ตัวเองกำลังนั่งจิบชาอยู่ที่สวนหลังบ้านที่อังกฤษไปเลย แต่หากใครมาพักที่นี่ต้องระวังเรื่องการเดินทางนิดนึงเพราะเส้นทางจากถนนใหญ่เข้ามาที่พักค่อนข้างลำบากคดเคี้ยวน่าดูเชียวแหละ

  • ราคาเริ่มต้นประมาณ 1,9xx บาท
  • พิกัด: แผนที่

จองที่พัก บลูสกาย รีสอร์ท เขาค้อ

คลิกเลย

 

การมาเที่ยวเขาค้อครั้งนี้ไม่ได้พิเศษอะไร มาเที่ยวพักผ่อนตามประสาพนักงานเงินเดือน ที่ทำงานจนเหนื่อยร่างแทบพังก็อยากพักเพื่อเรียกแรงกลับคืนมา และเขาค้อถ้าไม่เที่ยวหน้าหนาวก็ต้องเที่ยวหน้าฝนนี่แหละถึงจะฟิน และถ้าเที่ยวช่วงหน้าหนาวคนก็เยอะที่พักราคาก็สูง จึงตัดสินใจไปช่วงหน้าฝนและก่อนที่จะหมดหน้าฝนเลยนัดกันลาพักร้อน 3 วัน เพื่อชาร์ตแบตให้กับร่างกายและเพิ่มกำลังใจให้ตัวเอง

  • ทริปนี้เราเดินทางกันด้วยรถยนต์ส่วนตัว เพื่อนเราขับรถเอง ค่าน้ำมันไป-กลับกรุงเทพ-เขาค้อ ประมาณ 1,800 บาท โดยใช้เวลาจากกรุงเทพฯ ขับรถกันแบบเรื่อยๆ ไม่รีบร้อน แวะดื่มกาแฟที่ปั๊มบ้าง กินข้าวข้างทางบ้าง ใช้เวลาประมาณ 5 ชั่วโมงโดยใช้เส้นทางสระบุรี มุ่งหน้าแยกไปทางหลวงหมายเลข 21 วิ่งยาวๆ ไปถึงเพชรบูรณ์ พอถึง 4 แยกพ่อขุนผาเมืองให้เลี้ยวซ้ายเข้าสู้ถนนทางหลวงหมายเลข 12 มุ่งหน้าไปเส้นทางจังหวัดพิษณุโลกจะเจอสามแยกแคมป์สนให้เลี้ยวซ้ายก็เข้าสู่เขาค้อแล้ว ตลอดเส้นทางเขาค้อจะมีแหล่งท่องเที่ยวมากมาย

 

วัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว

เรียกความเป็นสิริมงคลให้ตัวเองด้วยการเริ่มต้นทริปนี้ ไหว้พระที่ “พระธาตุผาซ่อนแก้ว” ความโดดเด่นของวัดแห่งนี้นอกจากความงามของวิวทิวทัศน์ภูเขาสูงเรียงรายมากมายแล้วก็ น่าจะเป็นสีสันความสวยงามของโบสถ์วัดที่สร้างด้วยชามเบญจรงค์ลวดลายสวยงาม ผสมผสานกับลูกปัดหลากสีสันสร้างความระยิบนะยับโดดเด่นสวยงามได้ไม่น้อย อีกทั้งยังเป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธเจ้า 5 องค์ องค์ใหญ่โตสีขาวโดดเด่นเรียงซ้อนกันถึง 5 องค์ สวยงามสร้างความศรัทธาให้กับพุทธศาสนิกชน ใครมาเที่ยวเขาค้อไม่ควรพลาดที่จะแวะมาสักการะให้ได้

 

ไร่ B.N.

หากมาจากวัดพระธาตุซ่อนแก้ว เมื่อเจอสามแยกแคมป์สน เลี้ยวขวาเข้ามาไม่ไกลจะเจอไร่ BN อยู่ทางด้านขวามือ ทางเข้าของไร่จะมีกอต้นไผ่ 2 ข้างทางปลายต้นโค้งเข้าหากันเป็นอุงโมงค์สวยงาม แอบจอดรถแล้วถ่ายรูปก็สวยเริดอยู่นะ พอเข้าไปข้างในจะเป็นลานกว้างๆ เต็มไปด้วยต้นไม้หฃายพันธุ์ ร่มรื่นที่จอดรถมีเยอะแยะเลือกได้เลยว่าสะดวกจอดจุดไหน ไร่ BN เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่น่าสนใจมาก เพราะนอกจาได้เรียนรู้เกี่ยวกับต้นไม้ พืชผักนานาพันธุ์แล้วยังมี ผลไม้สด ผลไม้แปรรูป อย่างพวกแยม หรือผลไม้อบแห้ง หรือแม้แต่ผักสวนครัวปลอดดสารพิษให้เราได้ช้อปซื้อกลับบ้านกันอีกด้วย ปล. ไอศกรีมเสาวรสที่นี่อร่อยหากมาแล้วบังเอิญเจอแนะนำให้ชิมเพราะรสชาตินวลมากๆ

 

ทุ่งกังหันลม  

ที่เที่ยวแห่งใหม่ของเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ จำได้ว่าเพิ่งเปิดเมื่อปลายปีที่แล้ว (พ.ศ. 2559) มีพื้นที่กว่า 350 ไร่ จุดประสงค์หลักเพื่อเป็นแหล่งผลิตกระแสไฟฟ้าให้คนในจังหวัดเขาไว้ใช้ แต่บรรยากาศและวิวดีไงนักท่องเที่ยวเลยแวะไปชื่นชมความงามพร้อมแชะรูปสวยๆ ลงโซเชียลเลยกลายเป็นแลนด์มาร์คอีกแห่งที่คนไปเที่ยวเขาค้อแล้วต้องแวะไปเช็คอิน ภายในโครงการมีรถพาเที่ยวจึงไม่ต้องห่วงว่าจะเดินไม่ทั่ว นอกจากชื่นชมความงามของวิวกังหันลมขนาดใหญ่เรียงรายไว้เป็นจำนวนมากอยู่บนเนินเขาแล้ว ยังมีกิจกรรมให้ทำเพลินๆ ด้วย อย่างชิงช้าชาวเขา ฟอร์มูล่าม้ง และไร่สตอวร์เบอรี่จะกินกันสดๆ หรือซื้อกลับบ้านก็ได้

 

การมาเที่ยวเขาค้อครั้งนี้สนุกมากๆ กว่าการไปทริปอื่นๆ ที่ผ่านมา เพราะอย่างที่บอกไว้ว่าตอนแรก ทริปเขาค้อนี้มีเพื่อนร่วมทาง มันทำให้การเที่ยวของเรามีสีสัน มีเพื่อนช่วยแชร์ค่าใช้จ่าย (อันนี้เป็นผลพลอยได้ อิอิ) แต่จริงๆ แล้วคือ มีเพื่อนช่วยแชร์ความสุขแบ่งปันความสนุกด้วยกัน ซึ่งความรู้สึกแบบนี้การเที่ยวคนเดียวไม่สามารถรู้สึกได้ ว่าแล้วก็คิดทริปต่อไปแล้วชวนเพื่อนไปเที่ยวด้วยดีกว่า

ใครยังไม่มีเพื่อน โปรแกรมหาเพื่อนเยอะแยะ ลองดูนะคะ คำเตือน อย่าโต้ลมหนาวเพียงลำพังเพราะมัน เหงามากค๊าาาา  !!!