“บางคนเริ่มต้นจากศูนย์ เด็กพิเศษเริ่มจากติดลบ ได้ 1% เราก็ดีใจแล้ว”

คุณครูมัตติยากร กลมพันธ์ ครูชำนาญการพิเศษ โรงเรียนเทศบาลวัดป่าเรไร  เผยว่า การดูแลให้เด็กพิเศษเรียนร่วมกับเด็กปกติ   “เรารับเด็กตั้งแต่ประถม 1  จากเด็กพิการ 9 ประเภท อยากเรียนว่าเด็กพิเศษมีความสามารถพิเศษจริงๆ ขาดสิ่งหนึ่งมีสิ่งเติมเต็มให้กับเขา การเรียนการสอน ไม่ใช่วิชาการทั้งหมด แต่สิ่งสำคัญเด็กต้องอยู่ร่วมกับสังคมในชีวิตประจำวันได้ บางคนเริ่มต้นจากศูนย์ แต่เด็กพิเศษเริ่มจากติดลบนะคะ  เด็กปกติไล่จากศูนย์ถึงสิบ แต่เด็กพิเศษมาได้แค่หนึ่งเปอร์เซ็นต์เราก็ดีใจแล้วค่ะ”

ย้อนกลับไป เดือน มิ.ย. ปี 2561  กระทรวงศึกษาธิการ ลงมติวางแผนเตรียมปฏิรูปการศึกษา สำหรับบุคคลที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ  หรือกลุ่มเด็กพิการ ด้วยการแก้ไขกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรค  สร้างมุมมองใหม่แก่ผู้เกี่ยวข้องทั้งโรงเรียน พ่อแม่   ที่ต้องเรียนรวมกับเด็กปกติให้เข้าใจ   โดยเน้นการมีอาชีพได้ในอนาคต   แบ่งเป้าสำเร็จ 2 ระยะ  3 เดือน และ  6 เดือน -1 ปี  นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้มีการหารือถึงข้อเสนอของคณะกรรมการปฏิรูปการจัดการศึกษาสำหรับบุคคลที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ  ร่วมแก้ปัญหาสิ่งที่เป็นอุปสรรค ให้เด็กพิเศษ พิการ สามารถเข้าถึงสิทธิทางการศึกษาทั่วถึง  พร้อมทั้งให้มีนักจิตวิทยาประจำโรงเรียน เพื่อทำหน้าที่ดูแลคนพิการและเด็กที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ ด้วย

เทศบาลวัดป่าเรไร จ.ร้อยเอ็ด มีความพร้อม เปิดมอบโอกาสทางการศึกษาตั้งแต่ต้นๆ ปัจจุบันมีเด็กพิเศษกว่าสามสิบคน เปิดรับปีละครั้ง (สอบถามรายละเอียดที่สถานศึกษา) ท้ังนี้ต้องเรียนว่า เกณฑ์การเรียน การสอน และการขึ้นชั้นของเด็ก เป็นไปตามพัฒนาการ แต่สิ่งที่เด็กจะได้รับ คือ ความรู้ ความเข้าใจ และการอยู่ร่วมในสังคม

เด็กกลุ่มนี้ จะทานข้าวกลางวันร่วมกัน ก่อนแยกย้ายไปตามห้องเรียน และชั้นเรียนของตัวเอง ตามที่คุณครูผู้ดูแลจัดสอนให้ เมื่อถามถึงความแตกต่าง ล้อเลียน คุณครูแจ้งว่า เนื่องจากโรงเรียนแห่งนี้ มีการเรียนการสอนแบบร่วมกันมานาน เด็กทุกคน อยู่รวมกันได้ ไม่มีการรังแกกัน มีบางครั้งเป็นเด็กพิเศษเองที่แกล้ง แต่นักเรียนทุกคนเข้าใจ และมองเป็นธรรมชาติ เรื่องสนุก ที่ทุกคนต้องเล่นกัน ยิ่งห้าม จะยิ่งทำให้พวกเขาแตกต่าง หลักการคือต้องปล่อยให้นักเรียนพิเศษใช้ชีวิตเหมือนเด็กปกติให้มากที่สุด

สำหรับ โครงการการศึกษาพิเศษเรียนร่วม  เทศบาลวัดป่าเรไร จ.ร้อยเอ็ด เน้นให้นักเรียนมีการฝึกทักษะชีวิต คือ ส่งเสริมและพัฒนา ความรู้ ความสามารถในการใช้ชีวิตประจำวัน อาทิ

  1. ความสามารถในการดำเนินชีวิตให้อยู่ในสังคมอย่างมีความสุข
  2. สามารถรับผิดชอบตัวเอง
  3. สามารถประกอบอาชีพได้ตามความถนัด
  4. สามารถฝึกทักษะต่างๆ เหล่านี้ ได้แก่ การแก้ปัญหา การปรับตัว การสื่อสาร การคิดวิเคราะห์ การพิจารณา มีไหวพริบรู้จักเอาตัวรอด ทักษะการประกอบอาชีพ ทักษะการรักผู้อื่นเป็น การแบ่งปันผู้อื่น ทักษะการใช้ชีวิตประจำวัน การรู้จักกาละเทศะ มีมารยาท

สิ่งนี้นับเป็นโอกาสทางการศึกษาที่แท้จริง