อะไรก็แล้วแต่หากเริ่มต้นด้วยความรัก มักจะทำมันได้ดี ยิ่งทำให้คนที่รัก เช่น แม่ทำให้ลูกกิน รสชาติอร่อยล้ำแน่นอนหายห่วง ดังเช่น  Product Champions 2019 ของเราในวันนี้ หลัง สสว. ให้งบสนับสนุนช่วยผู้ประกอบการพัฒนาแบรนด์ผ่านมหาวิทยาลัยดังๆ ทั่วประเทศ จากนั้นสถาบันการศึกษาได้คัดเลือกผลิตภัณฑ์มาแนะนำให้ผู้บริโภคทั่วประเทศได้รู้จัก เกณฑ์การคัดเลือก พิจารณาถึงความโดดเด่นเป็นที่รู้จักในพื้นที่จังหวัดตนเอง การมีศักยภาพที่จะสามารถทำตลาดนอกพื้นที่เช่นในจังหวัดอื่นๆ หรือในต่างประเทศด้วย ที่สำคัญจะต้องเป็นธุรกิจที่มีความสำคัญของชุมชน มีคนในชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในมิติต่างๆ เช่น ใช้วัตถุดิบส่วนใหญ่ที่มีการผลิตขึ้นโดยคนในชุมชน หรือมีการจ้างงานคนในชุมชนเข้ามาร่วมในส่วนของการผลิต รวมถึงการที่กระจายงานหลายๆ ส่วนไปให้ชุมชนช่วยกันทำ เป็นต้น โดยผลิตภัณฑ์ที่ได้คัดเลือกให้ได้ Product Champions ของ ม.สงขลานครินทร์ ครั้งนี้คือ  ผลิตภัณฑ์ เห็ดนางฟ้าทอดกรอบ จังหวัดพัทลุงพร้อมยกระดับโดยเพิ่มประสิทธิภาพด้วยการนำเทคโนโลยีการผนึกภาชนะขนาดเล็ก (ถ้วย) มาใช้

ผลิตภัณฑ์เห็ดนางฟ้าทอดกรอบ จังหวัดพัทลุง แบรนด์ “Veget  Crisp” ผ่านการพัฒนาจาก นางบุษญพรรณ วงษ์พิไลวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เวจเจทฟู๊ด จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายเห็ดนางฟ้า ทอดกรอบ แบรนด์ “เวจเจท คริสฟ” เธอเล่าถึงแรงบันดาลใจสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ขึ้นมาจาก การเห็นวัตถุดิบในชุมชนบ้านเกาะเสือ ที่มีเพียงไม่กี่ครัวเรือน โดยเริ่มจากครอบครัวของเธอซื้อเห็ดนางฟ้าก้อนมาปลูกผสมผสานกับการทำเกษตรกรรมกรีดยางบนที่ดินประมาณ 1 ไร่ นอกจากนี้ยังปลูกพืชผักผสมผสาน เช่น พริก ตะไคร้ ข่า คะน้า ผักกาด ผักบุ้ง มะเขือ ฯลฯ จึงปลูกเห็ดนางฟ้าเสริมปลูกแบบเรียบง่ายในห้องน้ำ ต่อมาทำเป็นโรงเรือนเล็ก ๆ เริ่มแรกปลูก 200 ก้อนเมื่อ 5 ปีที่แล้วเห็ดนางฟ้างอกงาม ประกอบกับลูกชายไม่ชอบกิน เธอจึงนำเห็ดนางฟ้ามาชุบแป้งทอดทำให้ลูกชายกิน แล้วลูกก็ชอบมาก จึงพัฒนามาทอดขายตามตลาดนัด แต่ประสบปัญหาคืออมน้ำมัน เธอจึงคิดหาวิธีผสมแป้งต่างๆ เพื่อไม่ให้อมน้ำมันและหลีกเลี่ยงใส่ผงชูรส และเพิ่มจากเห็ดนางฟ้าทอดเป็นนำใบบัวบก ตำลึง ผักขมนำมาทอดจึงเกิดเป็นไอเดียนำผักมาทอดจำหน่าย และคิดพัฒนาสูตรแป้งทอดอย่างจริงจัง เพื่อทำการตลาดได้ยั่งยืนและขายได้ทุก ๆ ฤดูกาล  ปัจจุบันสามารถบุกตลาดออสเตรเลีย ไทย จีน ฮ่องกง และมาเลเซียได้แล้ว และสามารถทำรายได้ให้กลุ่มถึง   6 แสนบาทต่อเดือนทีเดียว

“ ใช้เวลาพัฒนาสูตรแป้งทอด 1 ปีไม่ให้อมน้ำมัน เก็บได้นาน  6- 8 ชั่วโมง แต่ประสบปัญหาช่วงหน้าฝนขายได้นด้อย พอดีเห็นป้ายประกาศรับเอสเอ็มอี สตาร์ทอัพ ของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ร่วมกับสสว. เราจึงเข้าร่วมโครงการมีผู้เชี่ยวชาญให้ความรู้ทั้งการทำการตลาด พัฒนาสินค้า ทำหีบห่อ สอนเรื่องการยืดอายุสินค้า สอนว่าเราต้องเก็บสินค้าในบรรจุภัณฑ์และเก็บรักษาอย่างไรได้นาน เมื่อก่อนแป้งเราหนามาก เรามีผัก 7 ชนิด เช่น เผือก มัน เห็ดนางฟ้า ใบบัวบก ชะพลู ผักชม ดอกอัญชัญ แต่อาจารย์แนะนำว่า เราทำตลาดจริง ๆ  ให้โฟกัสจุดเดียวคือทำสินค้าตัวเดียวออกมาก่อน เพื่อการพัฒนาที่เต็มที่ ”

นางบุษญพรรณ จึงเลือกพัฒนาเห็ดนางฟ้า 3 สายพันธุ์ ได้แก่  พันธุ์เห็ดภูฎาน เห็ดนางฟ้าดำ และเห็ดฮังการีที่มีคุณสมบัติพิเศษของเห็ดทั้ง 3 ชนิด คือ  มีความหวานของเห็ด เหนียวนุ่ม อีกทั้งเมื่อทอดแล้วให้ภาพลักษณ์ที่ดีคือ มีสีเหลืองทองน่ารับประทาน ควบคู่กับการใช้นวัตกรรม “สลัดแป้งออก” ก่อนทอด เพื่อให้เห็ดนางฟ้ามีความบางกรอบน่ารับประทาน      “นวัตกรรมสลัดก่อนทอดได้คำแนะนำจากมหาวิทยาลัยสงขลานรินทร์ สลัดก่อนทอดเพื่อให้แป้งบางกรอบ ไม่อบน้ำมัน กินแล้วยังมีผิวสัมผัสของเห็ดและรสชาติยังมีความหวานของเห็ดอยู่ อีกทั้งอาจารย์ช่วยเปลี่ยนจากถุงธรรมดาเป็นถุงอลูมิเนียมฟรอยด์ อัดกับก๊าซไนโตรเจนในการขั้นตอนการแพค ทำให้เก็บเห็ดได้นานถึง 6 เดือน ”

สำหรับการช่วยเหลือชุมชนในละแวกบ้าน คือการส่งเสริมให้ชาวบ้านปลูกเห็ดนางฟ้าและนำมาส่งที่โรงงานของเธอ โดยมีการประกันรายได้จำหน่ายเห็ดนางฟ้าอยู่ที่กิโลกรัมละ 65 บาท เป็นการจ่ายเงินสดเพื่อให้ชาวบ้านได้มีเงินใช้จ่ายหมุนวียน สามารถช่วยเหลือชาวบ้านได้มากกว่า 20 ครัวเรือนในหลายชุมชน นอกจากรับซื้อวัตถุดิบแล้วเธอยังจับมือกับกำนันผู้ใหญ่บ้าน ต.ดอนทราย อ.ปากพะยูน จ.พัทลุง ในการส่งเสริม ให้คำแนะนำการสร้างโรงเรือนเพื่อปลูกเห็ดนางฟ้า ส่งโรงงานของเธอซึ่งสามารถรับซื้อได้มากถึงวันละ 100-200 กิโลกรัม และส่งเสริมให้ชาวบ้านเพาะเห็ดนางฟ้าแบบออแกนิคอีกด้วย

ด้วยข้อจำกัดด้านการออกของเห็ดนางฟ้าวัตถุดิบหลักที่ออกมากในช่วงหน้าฝน ช่วงหน้าร้อนบุษญพรรณจึงเปลี่ยนใช้เห็ดชนิดอื่นมาทดแทน เช่น เห็ดหูหนู เข็มทอง ตอนนี้อยู่ในขั้นตอนพัฒนาเห็ดหอมอยู่ อีกทั้งเธอยังเปิดโรงงานของเธอเป็นแหล่งเรียนรู้ การทำก้อนเห็ดนางฟ้า ให้ชาวบ้านมาดูงาน จดสูตรเพาะเห็ด ใครสนใจมีทุนมาทดลองทำงานที่โรงงานได้ ถือเป็นการให้อาชีพ ถือเป็นรายได้เสริมจากอาชีพหลักคือการกรีดยางของชาวบ้าน

“  ตอนนี้ลูกค้าเรามีดีลเลอร์แล้ว เรายังจำหน่ายผ่านออนไลน์ เช่น อเมซอน วางจำหน่ายที่ห้างสรรพสินค้าบ้าง เป้าหมายอยากทำแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างขึ้น อยากให้ลูกค้าเวลานึกถึงเห็ดทอดนึกถึงเรา และสามารถส่งออกต่างประเทศได้ ถ้านึกถึงเห็ดนางฟ้าทอดต้องซองสีส้มและสีแดงเท่านั้น ” นางบุษญพรรณปิดท้ายด้วยรอยยิ้มในหน้า